หน้าหลัก > ลำดับเจ้าอาวาส ปรับขนาดตัวอักษร เพิ่มขนาด ลดขนาด ขนาดปกติ 
   หน้าหลัก
   แผนที่ตั้ง
   ประวัติวัด
   ถาวรวัตถุ
   พระพุทธรูป
   ลำดับเจ้าอาวาส
   บุพการีของวัด
   ภาพจิตรกรรมฝาผนัง
   ระเบียบและขนบธรรมเนียม
   โคลงโลกนิติ
   แฟ้มภาพ
   ภาพกิจกรรม
   กระดานสนทนา
   รวมเว็บ
  ปฏิทินปักขคณนา
  ดาวน์โหลดประวัติวัด word
 

**** คลิกชม ****
แฟ้มภาพวัดบุปผาราม


 

 

 
ลำดับที่ ๕. พระธรรมวราลังการ (กล่อม อนุภาสเถร ป.ธ. ๕)
        ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส พ.ศ. ๒๔๗๘ - พ.ศ. ๒๕๒๙

ชาติภูมิ

        พระธรรมวราลังการ เกิดวันอาทิตย์ ที่ ๒๐ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๓๒ ตรงกับแรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู ที่บ้านคลองไชย หมู่ที่ ๕ ตำบลกะเปียด อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช นามเดิมชื่อกล่อม
คุณโยมบิดาชื่อนายเพชร ชุมสุวรรณ คุณโยมมารดา ชื่อนางเหมือน ทองนุ่น มีพี่น้อง ๗ คน คือ
๑. นางริ่น ธรฤทธิ์
๒. พระธรรมวราลังการ
๓. นายเกลือน ชุมสุวรรณ
๔. นางนวล เครือสุวรรณ
๕. พระครูถาวรวิหารกิจ (หนุ่ม ถาวโร)
๖. พระเปลี่ยน ชุมสุวรรณ
๗. นายขาว ชุมสุวรรณ
เมื่อคุณโยมเหมือนถึงแก่กรรมแล้ว คุณโยมเพชร มีภรรยาใหม่ชื่อนางส้มแป้น คงสินธุ์ มีน้องร่วมบิดาอีก ๓ คน คือ
๑. นางสีทอง ศิริ
๒. นายสีนุ่น ชุมสุวรรณ
๓. นางสีทับ ยะโส

อุปสมบท
        อายุ ๒๑ ปี ได้อุปสมบทที่วัดท่าโพธิ์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๖ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๓ ตรงกับขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีจอ เวลา ๑๔.๐๐ น. มีพระรัตนธัชมุนี (ม่วง รตนธโช) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยธรนุ่น วัดเพชรจริก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ มีชื่อฉายาว่า อนุสฺเสโน ภายหลังเมื่อย้ายเข้ามาอยู่วัดราชาธิวาสวิหาร พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมวโรดม (อุตฺตมเถร) ได้เปลี่ยนฉายาให้ใหม่ว่า อนุภาโส
        พ.ศ. ๒๔๕๓ - ๒๔๕๕ จำพรรษาที่วัดเพชรจริก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ๓ พรรษา
        พ.ศ. ๒๔๕๖ จำพรรษาที่วัดพระนคร ต. ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ๑ พรรษา
        พ.ศ. ๒๔๕๗ จำพรรษาที่วัดท่าโพธิ์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ๑ พรรษา
        พ.ศ. ๒๔๕๘ - ๒๔๗๘ จำพรรษาที่วัดราชาธิวาสวิหาร แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๒๑ พรรษา
        วันศุกร์ ที่ ๑ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบุปผาราม แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร จนถึงวันเสาร์ ที่ ๒๗ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙ รวมเวลา ๕๑ พรรษา

การศึกษา
        พรรษาที่ ๑-๒-๓ ได้ศึกษาอบรมพระธรรมวินัย และเรียนหนังสือไทยในสำนักของพระวินัยธรนุ่น วัดเพชรจริก โดยความควบคุมของ พระเทพ สำสีร่วง
        พรรษาที่ ๔ เข้าศึกษาอบรมพระธรรมวินัยที่วัดพระนคร
        พรรษาที่ ๕ เข้าอยู่ศึกษาอบรมพระธรรมวินัย และขนบธรรมเนียมประเพณีในสำนักพระอุปัชฌาย์
        พรรษาที่ ๖ พระเทพ สำสีร่วง ได้นำท่านไปฝากให้อยู่ที่วัดราชาธิวาสวิหาร เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรมและบาลี กับพระอริยกวี (อุตฺตมเถร) ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้น
        พ.ศ. ๒๔๕๘ สอบนักธรรมชั้นตรีได้
        พ.ศ. ๒๔๖๔ สอบนักธรรมชั้นโทได้ พร้อมกับเปรียญธรรม ๓ ประโยค
        พ.ศ. ๒๔๖๕ สอบเปรียญธรรม ๔ ประโยคได้
        พ.ศ. ๒๔๖๖ สอบเปรียญธรรม ๕ ประโยคได้

สมณศักดิ์
        พ.ศ. ๒๔๖๔ อายุ ๓๒ ปี พรรษาที่ ๑๒ เป็นพระครูใบฎีกา ฐานานุกรมของพระเทพโมลี (อุตฺตมเถร)
        พ.ศ. ๒๔๖๖ อายุ ๓๔ ปี พรรษาที่ ๑๔ เป็นพระครูปลัดศีลวัฒน์ ฐานานุกรมของพระธรรมโกศาจารย์ (อุตฺตมเถร)
        พ.ศ. ๒๔๖๙ อายุ ๓๗ ปี พรรษาที่ ๑๗ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระอโนมคุณมุนี
        พ.ศ. ๒๔๙๘ อายุ ๖๖ ปี พรรษาที่ ๔๖ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามเดิม
        พ.ศ. ๒๕๐๑ อายุ ๖๙ ปี พรรษาที่ ๔๙ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปัญญามุนี ตรีปิฎกโกศล วิมลธรรมนิวิษฐ์ ศาสนกิจธุราทร ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี
        พ.ศ. ๒๕๑๑ อายุ ๗๘ ปี พรรษาที่ ๕๘ เป็นพระราชาคณะทั้งธรรมที่ พระธรรมวราลังการ วิสุทธิญานนายก ตรีปิฎกธรรมประสิทธิ์ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวสี

การปกครอง
        พ.ศ. ๒๔๖๙ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดราชาธิวาสวิหาร
        พ.ศ. ๒๔๗๘ เป็นเจ้าอาวาสวัดบุปผาราม
        พ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นเจ้าคณะธรรมยุตอำเภอจังหวัดธนบุรี
        พ.ศ. ๒๕๐๗ เป็นรองเจ้าคณะภาค ๑๖–๑๗–๑๘ (ธ.)
        พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็นรองเจ้าคณะภาค ๑๖–๑๗–๑๘ (ธ.) กิตติมศักดิ์

การเผยแผ่
        การแนะนำสั่งสอนพระภิกษุสามเณร อุบาสกอุบาสิกา ประชาชนพุทธบริษัทและศิษย์วัด พระธรรมวราลังการก็ถือเป็นศาสนกิจที่สำคัญ นอกจากสั่งสอนด้วยวาจาตามโอวาสนั้น ๆ เช่น วันธรรมมัสสวนะ วัดสำคัญของพระพุทธศาสนา เวลามีงานต่าง ๆ ที่มีประชาชนมาประชุมกัน ในการออกตรวจเยี่ยมวัดในเขตปกครอง ก็มีโอวาทสั่งสอนพระภิกษุสามเณรและประชาชนทุกแห่งแล้ว ยังได้ให้พิมพ์หนังสือต่างๆ เช่น ศาสนูปกรณ์ นวกธรรม สมบัติผู้ดี (ของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี) พระสูตรต่าง ๆ เป็นต้น การบำเพ็ญกุศลคล้ายวันเกิดอุทิศบุญกุศลแด่บุพการีของวัด ท่านก็ให้พิมพ์หนังสือธรรมแจกเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะอุปนิสินกถาของท่าน ได้แก้ความอาฆาตพยาบาท ความมีนิสัยดุร้าย ความโลภมาก ความลุ่มหลงมัวเมาในทรัพย์สมบัติและอบายมุขของหลาย ๆ คนให้หายได้ ทำให้คนเหล่านั้นเมื่อกลับตัวได้ เช่น เลิกสูบบุหรี่ เลิกดื่มสุรา เป็นต้น เห็นคุณความดีของท่านที่มากด้วยเมตตากรุณาจริง ๆ จึงมีความเคารพนับถืออย่างลึกซึ้งในท่าน โอวาทของท่านบนหนึ่งที่จับใจมากคือ ท่านสอนว่า “คำว่ารักชาติ ได้แก่รักทุกคนในชาติ”

การสาธารณูปการ
        วัดบุปผาราม สิ่งที่ท่านสร้างและสร้างในสมัยของท่าน คือ กำแพงพร้อมซุ้มประตูพระอุโบสถ ศาลาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ตึกประยูรวงศ์ ตึกบุรานนท์ ตึกละออ นวมะรัตน์ กุฎีครึ่งตึกครึ่งไม้ กุฎีไม้ล้วน ๓ ชั้นบ้าง ชั้นเดียวบ้าง อีกจำนวนเป็นสิบหลัง โรงเรียนพระปริยัติธรรม สิน สุขะนิธิ วิหารคด ๔ หลัง

        วัดเพ็ญญาติ ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เป็นวัดที่ท่านสร้างตั้งแต่ยังอยู่ที่วัดราชาธิวาสวิหาร และสร้างติดต่อตลอดกระทั่งอาพาธถึงต้องหยุดทำทุกสิ่งทุกอย่าง ปัจจุบันนับว่าเป็นวัดที่สมบูรณ์วัดหนึ่งในต่างจังหวัด มีอุโบสถที่ค่อนข้างใหญ่สวยงาม (ถ่ายแบบไปจากพระอุโบสถวัดบุปผาราม ยกเว้นใต้อุโบสถวัดเพ็ญญาติสร้างเป็นถังเก็บน้ำฝนเต็มพื้นที่ของอุโบสถ) ศาลาการเปรียญกว้างใหญ่ ๒ ชั้น กุฎีที่พระสงฆ์ ๔๐ รูป อยู่จำพรรษาได้ โรงครัว การประปาเฉพาะภายในวัด และโรงเรียนประชาบาล

อุปนิสสัยและจรรยาวัตร
        พระธรรมวราลังการเป็นผู้มีอุปนิสสัยอย่าง พระโพธิสัตว์ มากด้วยเมตตากรุณาและเสียสละอย่างสูง ท่านมีจิตใจเข้มแข็งอย่างยิ่งในการทำความดี แต่ไม่เข้มแข็งเลยในการลงโทษคนผิด พระภิกษุสามเณรหรือศิษย์วัดประพฤติผิดที่ช่วยแก้ไขไม่ได้ ต้องลงโทษตามความผิดนั้นๆ ท่านร้องไห้ให้เห็นหลายครั้ง พูดแล้วพูดอีกว่าสงสารเหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ท่านถือคติประจำใจว่าพระภิกษุสามเณรศิษย์วัดและประชาชนทั่วไป ที่มีอายุรุ่นลูกหลานล้วนแต่เป็นลูกหลานของท่านทั้งนั้น พยานก็คือ ท่านสามารถทำความสะอาดที่บำบัดทุกข์สาธารณะได้โดยไม่รังเกียจ ท่านถามเพื่อให้ทุกคนสบายใจว่า พ่อแม่ทำความสะอาดให้ลูก ๆ พ่อแม่รังเกียจไหม? คำตอบที่ได้ก็คือว่า เมื่อทุกคนเป็นลูกท่าน ท่านทำความสะอาดให้ลูก ๆ จะเป็นไรไป ท่านมีความเคร่งครัดในการรักษาปฏิบัติพระวินัย จารีตประเพณีของคณะ ขยันในการทำวัตรเช้าเย็น แม้พระเณรหนุ่ม ๆ ก็สู้ไม่ได้ ไม่พูดถ้อยคำเพ้อเจ้อปราศจากประโยชน์และคำหยาบคายเลย ไม่สั่งสมและไม่ติดในปัจจัย ๔ กับปิยภัณฑ์ที่ได้รับถวายเป็นส่วนตัว ใช้ในการบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะเช่นสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ในพระพุทธศาสนา และสงเคราะห์อนุเคราะห์คนทั้งหลาย ทำบุญกุศลในโอกาสต่างๆ เป็นต้น

อาพาธและอวสานกาล
        พระธรรมวราลังการ บรรพชาอุปสมบทแล้วตั้งใจบำเพ็ญประโยชน์ตนประโยชน์ท่านตลอดมาเป็นเวลา ๗๐ ปีเศษ ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็เริ่มอาพาธเพราะความชรามีอาการปอดบวม หัวใจโต เส้นเลือดตีบตัน เป็นต้น นายแพทย์ปัญญา ส่งสัมพันธ์ และภรรยาท่าน (คุณชลูด ส่งสัมพันธ์) ได้รับและถวายการรักษาพยาบาล ไว้ที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา ด้วยการรักษาอย่างดีที่สุดเท่าที่วิทยาการทางแพทย์ในสมัยนั้นจะพึงมี ถึงวันเสาร์ที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙ เวลา ๐๔.๑๐ น. ก็มรณภาพด้วยความสงบ หน้าของท่านที่ถึงมรณภาพช่างเหมือนหน้าของท่านผู้สิ้นกิเลสแล้ว ไม่ยินดีไม่ยินร้าย ไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่เศร้าโศก ไม่ชื่นบาน เป็นหน้าของท่านผู้วางเฉยด้วยอุเบกขาญาณ ซึ่งเข้าถึงสันตบทสงบระงับความเวียนว่ายตายเกิด ที่จะถูกปรุงแต่งด้วยวิชา ตัณหา อุปาทาน กรรม เป็นสิ่งยืนยันว่าการปฏิบัติสมถวิปัสสนากรรมฐานของท่าน มาตลอดเวลาหลายปีนั้นไม่ไร้ผลโดยแท้แล.

.......................
 
เจ้าอาวาส  ลำดับที่ ๑-๔ l ลำดับที่ ๕ l ลำดับที่ ๖ l ลำดับที่ ๗

 
หน้าหลัก  แผนที่ตั้ง  ตราวัด  ประวัติวัด  ถาวรวัตถุ  พระพุทธรูป  ลำดับเจ้าอาวาส บุพการีของวัด
ภาพจิตรกรรมฝาผนัง   โคลงโลกนิติ  แฟ้มภาพ  ระเบียบและขนบธรรมเนียม กระดานสนทนา  รวมเว็บ
 
 


วัดบุปผาราม วรวิหาร เลขที่ ๒๙๓ ถนนเทศบาลสาย ๑ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐
ติดต่อ ผู้ดูแลเว็บ โทร : ๐-๒๔๖๖-๗๐๔๖ อีเมล์ : cheept@yahoo.com